การเลือกใช้ฟิล์มให้เหมาะกับงาน
ไม่ว่านักถ่ายภาพจะมีความสามารถเก่งกาจเพียงใดก็ตาม มีกล้องคุณภาพดีเพียงใดก็ตาม แต่หาก ไม่รู้จักเลือกใช้ฟิล์มให้เหมาะกับงานแล้ว ก็จะไม่ได้ภาพที่มีคุณค่าสมใจเลย ดังนั้น การเลือกใช้ฟิล์มให้เหมาะกับงานจึงสำคัญมาก โดยปกติแล้ว เวลาเราถ่ายภาพแล้ว ไม่ว่าจะถ่ายเพื่อทำสไลด์ ถ่ายภาพสี ถ่ายภาพขาวดำ เราจะเลือกใช้ฟิล์มที่มีค่าความไวแสงปานกลาง คือมีช่วง ISO อยู่ในระหว่าง ISO 40-125 ซึ่งเหมาะกับงานแทบทุกประเภทโดย ปกติทั่ว ๆ ไป ผลที่ได้เนื้อฟิล์มก็ไม่หยาบมากนัก สามารถขยายเป็นภาพใหญ่ ๆ ได้ และมีเกณฑ์ความสามารถถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยหรือแสงมากได้ดีพอสมควร
ส่วนฟิล์มที่มีค่าความไวแสงน้อย คือ ต่ำกว่า ISO 32 จะมีค่าต่างความไวแสงน้อยมาก ความเข้มของสีที่ได้จะมีสีเข้มต่างกันมาก (contrast) และเนื้อของภาพที่ได้จะเป็นเม็ดละเอียดไม่หยาบแตก เหมาะกับงานที่ต้องการขยายภาพขนาดใหญ่มาก แต่ข้อเสียอย่างยิ่งคือ มันไวแสงน้อย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างจัดมาก ๆ การถ่ายด้วยฟิล์มชนิดนี้ในสภาพที่แสงสว่างน้อย ๆ จึงดูไม่ค่อยสะดวกนัก และฟิล์มที่มีค่าความไวแสงมาก คือตั้งแต่ ISO 160 ขึ้นไป ก็จะมีคุณลักษณะตรงกันข้ามกับฟิล์ม ความไวแสงน้อยคือ ภาพมีสีตัดกันอ่อน เนื้อฟิล์มหยาบ เหมาะกับงานถ่ายภาพในที่มีแสงสว่างน้อย ถ้าหากจำเป็นต้องนำไปถ่ายในที่ที่มีสว่างมากก็ไม่สะดวกนัก แต่ก็อาจแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยการใช้ฟิลเตอร์ลดแสง (Neutral Density) ต้องเลือกฟิล์มให้เหมาะสมกับแสงที่ใช้งาน

โดยปรกติแล้วแสงที่เป็นหลักในการถ่ายภาพ ได้แก่ แสงแดด และแสงจากไฟฟ้าประดิษฐ์ แสงจากแหล่งกำเนิดทั้งสองนี้มีอุณหภูมิสีต่างกัน คือ แสงแดดจะมีอุณหภูมิสีในราว 5000-7000 องศาเคลวิน ส่วนแสงไฟฟ้าประดิษฐ์จำพวกไฟทังสเตนและโฟโต้ฟลัด จะมีอุณหภูมิสีในราว 3200- 3400 องศาเคลวิน จึงมีความเป็นจำต้องเลือกใช้ฟิล์มชนิด DayLight กับแสงแดดหรือแสงกลางวัน และเลือกฟิล์มชนิด Type B สำหรับแสงประดิษฐ์ เช่น แสงจาก Photo Flood และ Tungstaen
แต่ในบางครั้ง อาจมีฟิล์มค้างกล้องอยู่และจำเป็นต้องนำไปถ่ายในแสงที่ต่างไปจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ โดยใช้ฟิลเตอร์แก้สี (ดูรายละเอียด เรื่องฟิลเตอร์ในบทฟิลเตอร์)